พันธุ์ไม้ในป่าชายเลน 

สังคมพืชในป่าชายเลนต้องมีการปรับตัวทั้งทางด้านสรีระและโครงสร้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในสภาพที่เป็นดินเลนลึก พืชจำพวกนี้มีรากค้ำจุนจำนวนมากออกบริเวณโคนต้น ทำหน้าที่พยุงลำต้นและหายใจด้วย

        โกงกาง เป็นพระเอกของป่าชายเลน เขียวชอุ่มตลอดทั้งปีมี 2 ชนิด คือ โกงกางใบเล็กและโกงกางใบใหญ่

         แสม แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

 แสมทะเล เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่พบ  มากในพื้นดินงอกใหม่

แสมขาว มักขึ้นปนดินทราย

แสมดำ มีใบเป็นรูปไข่กลมป้อม ปลายใบมน หลังใบเป็นมันท้องใบสีน้ำตาลอ่อน

          โปรง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

โปรงแดง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ชอบดินที่มีสภาพเป็นกรดห้อยบนกิ่งในทิศทิ้งตัวลง

โปรงขาว ลักษณะส่วนใหญ่คล้ายโปรงแดงมาก เพียงแต่มีต้นอ่อนขนาดสั้นกว่า

              ตะบูนขาว

              ตะบูนขาวเป็นไม้ป่าชายเลนที่ขึ้นปะปนกับไม้หลายประเภท เช่น ไม้โปรงแดง ไม้พังกาหัวสุมดอกแดง พังกาหัวสุมดอกขาว ถั่วดำ ตาตุ่ม และไม้โกงกางใบเล็ก เป็นต้น ความจริงแล้วไม้ชนิดนี้นอกจากจะขึ้นได้ดีในน้ำกร่อยแล้วก็สามารถขึ้นได้ดีในน้ำจืดอีกด้วย แต่พบน้อยมาก ต้นสีเหลืองและมีสีขาวปะปนบ้างเหมือนต้นฝรั่ง ใบมีลักษณะคล้ายใบพาย ปลายมน ดอกหอมยามบ่ายถึงค่ำคืน ผลมีขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่มีเมล็ดอยู่ข้างใน 4 – 17 เมล็ด สีของผลเหมือนลูกทับทิม ลักษณะรากเป็นรากใหญ่แบน บ้างกลมบ้างอยู่บนผิวดินและใต้ดิน และแตกสาขามาก

          ลักษณะเด่นของไม้ตะบูนขาว ให้สังเกตที่ลำต้น ผล และราก

             ถั่วขาว

           ถั่วขาวพบมากในเขตน้ำกร่อย ขึ้นได้ดีในที่ดินเลนค่อนข้างแข็งลำต้นกลม มีสีดำ เปลือกเรียบ มีตุ่มขาวขนาดเล็กตลอดต้น ดอกออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งมี 3 ดอก พบน้อยมากที่มีถึง 5 ดอก กลีบเลี้ยงงอขึ้น ไม่หุ้มฝัก ตัวฝักเมื่อแก่เต็มที่สีเขียวอมม่วง มีร่องอยู่หนึ่งร่องยาวตลอดฝัก ดอกออกเกือบตลอดปี ใบเป็นพุ่มสีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้มก้านใบส่วนที่เป็นหลังใบตรง เส้นใบเว้าลงมาเห็นได้ชัด

           ลักษณะเด่นของไม้ถั่วขาว คือ ดอกและผล หนึ่งช่อดอกจะมีเพียง 3 ดอกเท่านั้น ผลจะมีกลีบเลี้ยงงอขึ้น

              ลำพู

             ลำพูเป็นไม้ที่ขึ้นได้ตั้งแต่น้ำกร่อยจนถึงน้ำจืด พบไม่มากนักที่ขึ้นได้ในน้ำเค็มจัด ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่บริเวณขอบป่าชายเลนริมน้ำ ใบเล็ก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม สีเขียวอ่อน ก้านใบเป็นสีชมพู มองเห็นแต่ไกล มีรากหายใจ (pneumatophore) ใหญ่ และยาวกว่าชนิดอื่น ประโยชน์ของรากหายใจ ชาวบ้านมักนำไปทำเป็นจุกไม้ก๊อก ปิดขวด และใช้ในอาชีพการประมงโดยทำเป็นทุ่นลอย

                ลักษณะเด่นของไม้ชนิดนี้ คือ ฐานกลีบดอกด้านในเป็นวง สีแดงเลือดนก และมีจุดประขาวอยู่ในวงสีแดง โคนใบหรือบริเวณกิ่งและก้านตรง ยอดอ่อนจะเห็นเป็นสีชมพู

                พังกาหัวสุมดอกขาว

                 พังกาหัวสุมดอกขาว จะพบมากในเขตป่าชายเลน ที่มีความเค็มของน้ำค่อนข้างต่ำ ดอกสีขาวและกลีบดอกเป็นเหลี่ยม ผลจะเป็นเหลี่ยม หากสัมผัสด้วยมือจะรู้สึกสาก ผิวของผลไม่เรียบ ลำต้นและโคนต้นมีลักษณะกลม เปลือกเรียบ สีแดงเลือดหมูถึงดำและมีตุ่มขาวเป็นจุดประตลอดลำต้น

                 ลักษณะเด่นของไม้พังกาหัวสุมดอกขาวอยู่ที่ดอก ผล และทรงพุ่มของเรือนยอดเป็นรูปสามเหลี่ยมและมีสีเข้มมองเห็นได้ชัดเจน

                  สำมะง่า

                 สำมะง่า เป็นไม้พื้นล่างของป่าชายเลน ขึ้นได้ดีในที่ดินเลนแข็งหรือที่ดินเลนปนทราย เป็นไม้พุ่ม ผลัดใบในหน้าแล้ง ใบสีเขียวเข้มหนา ดอกคล้ายดอกเข็มบ้าน ก้านดอกสีขาวและกลีบดอกสีม่วง ผลเหมือนรูปไข่และมีร่อง

              ลักษณะเด่นของไม้ชนิดนี้อยู่ที่ดอก คือ สีม่วงและผลซึ่งมีลักษณะคล้ายรูปไข่

             หงอนไก่ทะเล

             หงอนไก่ทะเล เป็นไม้ป่าชายเลนขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ชอบขึ้นในที่ดินแข็ง น่ำทะเลท่วมถึงบางครั้งบางคราว และจะพบมากในบริเวณป่าเชิงทรง หลังใบเป็นสีเขียว ท้องใบเป็นสีน้ำตาลบรอนซ์ ออกดอกเป็นช่อสีชมพูอมม่วง ผลมีลักษณะคล้ายหัวไก่ตัวผู้ มีหงอนอยู่ด้านบน ผลมีสีเหลืองถึงเหลืองแสด

          ลักษณะเด่นของหงอนไก่ทะเล อยู่ที่ผลซึ่งมีลักษณะคล้ายหงอนไก่

               เถาถอบแถบ

            เถาถอบแถบเป็นไม้เถาซึ่งพบมาก ในบริเวณป่าชายเลนที่ถูกทำลายโดยเฉพาะในป่าชายเลนที่ขึ้นอยู่บนพื้นที่ดอกค่อนข้างสูง และลักษณะดินค่อนข้างแข็ง ใบมีลักษณะเป็นรูปหอก ท้องใบมีสีเขียวอมบรอนซ์ถึงเขียวเข้มมีดอกสีขาว ลักษณะผลแบนเล็กเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

             ลักษณะเด่นของไม้ชนิดนี้อยู่ที่ต้นเป็นเถา มีลักษณะเหนียวใช้แทนเชือกได้